แทบจะหมดหวัง

แทบจะหมดหวัง โปเช็ตติโน่

แทบจะหมดหวัง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นายใหญ่ สเปอร์ส ก้มหน้ารับ “ไก่เดือยทอง” แทบจะหมดหวังในการผ่านเข้ารอบน็อคเอาต์ของ แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้ว ภายหลังเสมอกับ พีเอสวี 1-1 จนทำให้มีแค่แต้มเดียวจาก 3 นัด พร้อมชี้ ทีมของตนทำได้แค่โทษตัวเองเท่านั้นที่ทำให้เกมมันขาดไม่ได้

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังฤษ ยอมรับว่าทีมของตนแทบจะตกรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นที่แน่นอนแล้ว หลังจากที่ทำได้แค่บุกไปเสมอกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 2-2 ที่สนาม ฟิลิปส์ สตาดิโอน ในเกมของกลุ่ม บี เมื่อวันพุธที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา

หลังเจ้าถิ่นขึ้นนำจาก เออร์วิ่ง โลซาโน่ ในนาทีที่ 29 แล้วนั้น ทีมเยือนก็รัวทีเดียว 2 ลูกจาก ลูคัส มูร่า ในนาทีที่ 39 กับ แฮร์รี่ เคน ในนาทีที่ 54 แต่พอถึงนาทีที่ 79 สเปอร์ส ก็ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน จากการที่ อูโก้ โยริส ผู้รักษาประตูชาวฝรั่งเศสโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม และสุดท้าย พีเอสวี ก็ตีเสมอได้จาก ลุค เดอ ยองก์ ในนาทีที่ 87

แทบจะหมดหวัง

การเสมอในครั้งนี้ทำให้ สเปอร์ส มีเพียง 1 คะแนน จากการลงเล่น 3 นัด ตามหลัง อินเตอร์ มิลาน ทีมในอันดับสองของกลุ่ม 5 คะแนน โดยโปรแกรมหลังจากนี้ของ “ไก่เดือยทอง” ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก คือการเปิดบ้านเจอกับ พีเอสวี และ อินเตอร์ 2 นัดติด ก่อนจะปิดท้ายด้วยการไปเยือน บาร์เซโลน่า

โปเช็ตติโน่ เผยว่า “มันเกือบจะหมดโอกาสแล้ว มันเป็นเรื่องยากมาก (ที่จะผ่านเข้ารอบได้) หลังจากที่มีเพียง 1 คะแนนจากการลงเล่น 3 นัด การตัดสินว่าเกมนี้เราเล่นได้ดีรึเปล่ามันเป็นเรื่องยากมาก มีหลายอย่างเกิดขึ้น บางครั้งเราก็ต้องเข้าใจว่ามันเป็นธรรมชาติของฟุตบอล”

“ถ้าคุณจำเป็นต้องปิดเกมให้ได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ดี แต่กลับทำอย่างนั้นไม่สำเร็จแล้วล่ะก็ คุณก็ทำได้แค่โทษตัวเองเท่านั้น วันนี้เราครองเกมเอาไว้ได้แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำประตูให้ได้มากกว่าคู่แข่ง วันนี้เราไม่เฉียบคมมากพอตอนอยู่หน้าปากประตู สุดท้ายแล้วเราก็ได้แค่เสมอ และมีโอกาสน้อยมากที่จะเข้ารอบน็อคเอาต์ได้”

“การโทษกรรมการน่ะมันเป็นเรื่องง่าย แต่ผมคิดว่าถ้าเราต้องโทษใครสักคนแล้วนั้น เราก็ต้องโทษตัวเองนี่แหละ เราต้องชนะแล้วเมื่อพิจารณาจากเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเกมนี้ เราเล่นได้ดีกว่าพวกเขามากๆ แต่บางครั้งเราก็ขึ้นเกมกันช้าไป และมันเป็นสถานการณ์ที่เราต้องพิจารณากันสักหน่อย เพราะในเกมแบบนี้น่ะ เมื่อคุณนำ 2-1 ไปแล้วคุณก็ต้องปิดเกมให้ได้ ไม่อย่างนั้นคู่แข่งก็จะมีโอกาสกลับมาได้อยู่ตลอด” กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ระบุ

.ไร้ลักษณ์

ขอบคุณที่มา

www.siamsport.co.th